การเปรียบเทียบประสิทธิภาพในการตรวจสอบการทำหน้าที่ต่างกันของข้อสอบในข้อสอบแบบต่อเนื่องสองขั้นตอน ระหว่างวิธีวิเคราะห์ฟังก์ชันการจำแนกแบบโลจิสติกกับวิธีแมนเทล-แฮนส์เซลทั่วไป

ชื่อผลงานทางวิชาการ :  การเปรียบเทียบประสิทธิภาพในการตรวจสอบการทำหน้าที่ต่างกัน
ของข้อสอบในข้อสอบแบบต่อเนื่องสองขั้นตอน ระหว่างวิธีวิเคราะห์
ฟังก์ชันการจำแนกแบบโลจิสติกกับวิธีแมนเทล-แฮนส์เซลทั่วไป
ชื่อผู้ศึกษา                :  นางสาวอัชฌาภรณ์  ตันติดำรงกุล.
ปีที่ศึกษา                 :  2559

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อการศึกษาและเปรียบเทียบประสิทธิภาพในการตรวจสอบการทำหน้าที่ต่างกันของข้อสอบระหว่างวิธีวิเคราะห์ฟังก์ชันการจำแนกแบบโลจิสติกกับวิธีแมนเทล-แฮนส์เซลทั่วไป ในข้อสอบแบบต่อเนื่องสองขั้นตอนที่มีการตรวจให้คะแนนหลายค่า ในกลุ่มผู้สอบที่มีเพศต่างกัน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2   ปีการศึกษา 2559 ของโรงเรียนขนาดใหญ่ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 1 ซึ่งได้มาจากการสุ่มแบบแบ่งกลุ่ม (Cluster Random Sampling) จากโรงเรียน 9 โรงเรียน จำนวน 1,021 คน เป็นนักเรียนชาย 508 คน และเป็นนักเรียนหญิง 513 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นข้อสอบแบบต่อเนื่องสองขั้นตอนเรื่องความเท่ากันทุกประการ จำนวน 20 ข้อ มีความยากง่ายอยู่ระหว่าง 0.29 – 0.61 และมีค่าอำนาจจำแนกอยู่ระหว่าง 0.16 – 0.45
ผลการวิจัยพบว่า
1. วิธีการวิเคราะห์ฟังก์ชันการจำแนกแบบโลจิสติก พบข้อสอบที่ทำหน้าที่ต่างกัน 4 ข้อได้แก่ข้อ 3 , 8 , 16 และ 20 วิธีแมนเทล-แฮนส์เซลทั่วไป พบข้อสอบที่ทำหน้าที่ต่างกัน 3 ข้อ ได้แก่ข้อ  3 , 8 และ 16

  1. วิธีวิเคราะห์ฟังก์ชันการจำแนกแบบโลจิสติกมีความถูกต้องของการตรวจสอบเท่ากับ

33.33% สูงกว่าวิธีแมนเทล-แฮนส์เซลทั่วไปซึ่งมีความถูกต้องเท่ากับ 22.22% และทั้งสองวิธีมีความคลาดเคลื่อนของการตรวจสอบเท่ากับ 9.09%

Achaporn Tantidumrongkul. Comparison of the Efficiency of Logistic Discriminant 
            Function Analysis and Generalized Mantel – Haenszel Procedures for Detecting 
            Differential Item Functioning on Two – Steps Continuous Tests. 

The objectives of this research were to study and to compare of the efficiency of
The Logistic Discriminant Function Analysis and Generalized Mantel-Haenszel  Procedures on detecting differential item functioning (DIF) based on polytomously scores on two-steps continuous tests for different gender groups. The sample consisted of one thousand and twenty one Mathayom Suksa Two students, consisting of five hundred and eight males  and five hundred and thirteen females studying in the semester of the 2016 academic year, in nine schools under the authority of the authority of The Secondary Educational Service Area, Office one The instrument was two steps continuous tests on the congruence of twenty items, difficulty index (p=0.29 – 0.61), discrimination index (r=0.16 – 0.45).

The results were revealed as follows;

  1. The Logistic Discriminant  Function Analysis  found  Differential Item

Functioning (DIF) with four  items (3,8,16 and 20)
The Generalized Mantel-Haenszel found Differential Item Functioning (DIF)
with three items (3,8 and 16)

  1. The Logistic Discriminant Function Analysis is more efficient the Generalized

Mantel-Haenszel in terms of detecting differential item functioning in polytomously scored items and the power rate of the Logistic Discriminant Function Analysis 33.33 higher than Generalized Mantel-Haenszel  22.22 % and both of instruments has The Type I error rate in the of Logistic Discriminant Function Analysis,  while the Generalized Mantel-Haenszel is 9.09%.

ติดต่อ สอบถาม โรงเรียนวัดราชโอรส