ประวัติวัดราชโอรสาราม :วัดจอมทอง
พระอารามหลวง :ประจำรัชกาลที่ ๓ ( หน้าที่ ๑ ) ไปยังหน้า : [ หน้าหลัก | ๑ | ]


พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระมหาเจษฎาราชเจ้า
รัชกาลที่ ๓







พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
รัชกาลที่ ๒









คลองด่าน
บริเวณหน้าวัดราชโอรส





ที่ตั้งวัด
      วัดราชโอรสาราม ตั้งอยู่ริมคลองสนามไชยฝั่งตะวันตกและมีคลองบางหว้าสกัดอยู่ด้านเหนือติดเนื้อที่ของ วัด ในท้องที่เขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร เลขประจำวัด ๒๕๘ เป็นวัดโบราณ มีมาแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เป็นราชธานี แต่เดิมเป็นวัดเล็ก ๆ ของราษฎร เรียกว่า "วัดจอมทอง" เป็นวัดที่ความสำคัญทางประวัติศาสตร์ โบราณคดี และศิลปกรรม น่าดูน่าชมมาก สมกับมีฐานะเป็นพระอารามหลวงชั้นเอกชนิด "ราชวรวิหาร" และ เป็นวัดประจำรัชกาลที่ ๓ แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ เพราะพระองค์ทรงสถาปนาขึ้นใหม่ทั้งพระอาราม

มูลเหตุที่ทรงสร้างวัดราชโอรสาราม

      เรื่องการสร้างวัดราชโอรสารามนั้น คงจะเนื่องมาจากมูลเหตุเพราะเป็นนิวาสสถานข้างพระญาติฝ่ายพระบรม ราชชนนีของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวคือกรมสมเด็จพระศรีสุลาลัย (เจ้าจอมมารดาเรียม) พระบรม ราชชนนีของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นธิดาของพระยานนทบุรี (บุญจัน) และคุณหญิงเพ็ง คุณหญิงเพ็งเป็นธิดาของพระยาราชวังสัน (หวัง) และท่านชู ท่านชูเป็นพระปัยยิกา (ยายทวด) ของพระบาทสมเด็จ พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ท่านผู้นี้กล่าวกันว่าเป็นธิดาของคหบดีชาวสวน มีนิวาสสถานอยู่แถววัดหนัง ริมคลองด่าน ซึ่งบัดนี้กำหนดเป็นแขวงบางค้อ ท้องที่เขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร

      ณ บริเวณสองฝากคลองด่านแถววัดหนัง วัดนางนอง และวัดจอมทอง จึงมีพวกชาวสวนผู้เป็นวงศ์ญาติ ของท่านชูอยู่โดยมาก และนับว่ามีพระญาติทางบรรพชนฝ่ายพระบรมราชชนนีของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้า เจ้าอยู่หัวอยู่แถวนั้น ประกอบกับท่านเจ้าอาวาสวัดจอมทอง ซึ่งต่อมาเมื่อสร้างขึ้นเป็นวัดราชโอรสารามแล้วท่าน มีสมณศักดิ์เป็นพระสุธรรมเทพเถรนั้น       สันนิษฐานตามสมณศักดิ์ของท่านคงจะเป็นผู้ทรงคุณในทางวิปัสสนาธุระ ทั้งมีผู้เล่าว่า ท่านชำนาญในการพยากรณ์ยามสามตาด้วย ท่านเจ้าอาวาสองค์นี้คงจะเป็นที่ทรงรู้จักมักคุ้นกับ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวมาตั้งแต่ยังทรงดำรงพระราชอิสริยยศเป็นพระเจ้าลูกยาเธอในรัชกาลที่ ๒ แล้ว ครั้นมาเมื่อเดือน ๑๑ ปีมะโรง พ.ศ. ๒๓๖๓ ในรัชกาลที่ ๒ มีข่าวว่า พม่าตระเตรียมกำลังทัพจะยกเข้าประเทศ สยามอีก แพร่เข้ามาถึงกรุงเทพมหานคร พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย จึงได้โปรดเกล้า ฯ ให้ พระเจ้าลูกยาเธอกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ ทรงเป็นแม่ทัพคุมพลหมื่นหนึ่งเสด็จไปตั้งขัดตาทัพอยู่ ณ ตำบลปากแพรก เมืองกาญจนบุรี พระองค์ได้เสด็จยาตราทัพออกจากกรุงเทพ ฯ ทางเรือเมื่อวันศุกร์ เดือนอ้าย ขึ้น ๑๐ ค่ำ ปีมะโรงนั้นเอง

       เส้นทางยาตราทัพในวันแรกได้ผ่านคลองบางกอกใหญ่เข้าคลองด่าน เมื่อเสด็จถึงวัดจอมทอง ซึ่งเป็นวัดโบราณ ก็เสด็จหยุดประทับแรมที่หน้าวัด และได้ทรงกระทำพิธีเบิกโขลนทวาร ตามลักษณะพิชัยสงคราม ณ ที่วัดนี้ดังมี ความในหนังสือนิราศตามเสด็จทัพลำแม่น้ำน้อยที่พระยาตรัง กวีเอกผู้โดยเสด็จราชการทัพครั้งนี้ บรรยายถึง การกระทำพิธีนี้ไว้ว่า

"อาดาลอาหุดิห้อม โหมสนาน
ถึกพฤฒิพราหมณ์ โสรจเกล้า
ชีพ่อเบิกโขลนทวาร ทวีเทวศ วายแล
ลารูปพระเจ้าปั้น แปดมือ"

       ในพิธีดังกล่าวนี้ได้ทรงอธิษฐานขอให้เสด็จไปราชการทัพคราวนี้ประสบความสำเร็จ และเสด็จกลับมาโดยสวัสดิภาพ และท่านเจ้าอาวาสวัดจอมทองคงจะได้ถวายคำพยากรณ์ไว้อย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งเป็นเหตุให้พระเจ้าลูกยาเธอทรงเลื่อมใส

       เมื่อได้ยาตราทัพไปตั้งอยู่ ณ เมืองกาญจนบุรีจะย่างเข้าสู่ปีมะเส็งในปี พ.ศ. ๒๓๖๔ แล้ว ก็ยังไม่มีวี่แววว่าพม่าจะยกทัพ มา พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยจึงโปรดเกล้าให้พระเจ้าลูกยาเธอ กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์เลิกกองทัพ เสด็จกลับพระนคร เมื่อราวเดือน ๖-๗ ในปีมะเส็งนั้น ครั้นเสด็จกลับถึงพระนครแล้ว ก็ทรงเริ่มปฏิสังขรณ์ วัดจอมทองขึ้นใหม่ทั้งวัดเหมือนสร้างใหม่ ได้เสด็จมาประทับคุมงานและตรวจตราการก่อสร้างด้วยพระองค์องตลอดมา เสร็จแล้วได้ทูลเกล้า ฯ ถวายเป็นพระอารามหลวง พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยได้โปรดเกล้า ฯ พระราชทาน นามใหม่ว่า "วัดราชโอรส" หมายถึงว่าเป็นวัดที่พระราชโอรสทรงสถาปนา

หน้าต่อไป



1